วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์
การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาประกอบเองนั้น ควรเริ่มจากที่ซีพียูก่อนเป็นอันดับแรกสุด เนื่องจากจะทำให้ง่ายต่อการเลือกซื้ออุปกรณ์อย่างอื่นต่อไปสมมุติว่าเริ่มจากซีพียู AMD Athlon XP 2100+ เมื่อได้ซีพียูแล้วต่อไปก็ไปดูเมนบอร์ด เมนบอร์ดที่ใช้สำหรับ AMD คือ เมนบอร์ด Socket A
เมนบอร์ดแต่ละรุ่นก็จะมีชนิดของแรมที่ใช้ มี Sound on Board ด้วยไหม มี VGA on Board ด้วยไหม ถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นที่มี Sound และ VGA อยู่แล้ว ก็ทำให้คุณไม่ต้องซื้อซาวนด์การ์ด ไม่ต้องซื้อการ์ดจอเพิ่ม นอกจากนี้เมนบอร์ดบางรุ่นก็มี HDD Raid มีคอนเน็คเตอร์แบบ SCSI เอาไว้สำหรับต่อฮาร์ดดิสก์หลายๆ ตัว มีพอร์ต FireWire เอาไว้ต่อกล้องดิจิตอลวิดีโอ เมนบอร์ดที่มีอุปกรณ์เยอะ ก็จะมีราคาแพงขึ้นไปด้วย
หลังจากที่ได้เมนบอร์ดแล้วต่อไปก็ไปดูที่แรม อย่าลืมดูว่าเมนบอร์ดที่คุณเลือกมาต้องใช้แรมชนิดไหน เป็น SDRAM หรือว่า DDR ซึ่งดูได้จากสล็อตแรมในตารางราคา สำหรับแรมก็ควรเลือกระดับ 256 เมกะไบต์ขึ้นไปได้แล้ว สำหรับเครื่องทุกวันนี้ เนื่องจาก OS และโปรแกรมส่วนใหญ่ใช้แรมเยอะ
ต่อไปก็ดูฮาร์ดดิสก์ ความจุ ความเร็วรอบ ก็ดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เอามาใช้งานด้านไหน หากเป็นเพียงดูหนัง เล่นเกมส์ พิมพ์งานบ้างเล็กน้อย ความจุฮาร์ดดิสก์ 40 - 60 กิกะไบต์ก็รับมือได้สบายๆ แต่ถ้าเป็นงานกราฟิกก็อาจเพิ่มขึ้น
เสร็จจากฮาร์ดดิสก์ก็ดูที่จอ สำหรับจอขนาด 17 นิ้วในปัจจุบันมีราคาถูกลงมาก ใกล้เคียงกับจอ 15 นิ้ว จอ 17 นิ้วจะเหมาะกับโปรแกรมเวอร์ชันใหม่ๆ ทุกวันนี้ที่มีเครื่องมือ มีอินเทอร์เฟสขนาดใหญ่ แล้วก็ควรเลือกเป็นจอแบบจอแบน (ไม่ใช่จอแอลซีดี) ข้อดีของจอแบนก็คือมีแสงสะท้อนจากจอน้อย ทำให้สบายตาเมื่อใช้งานานๆ
การ์ดจอและการ์ดเสียง สำหรับคนที่ต้องการการ์ดจอและการ์ดเสียงที่มีประสิทธิภาพดีกว่าประเภท On Board ก็ควรเลือกซื้อเพิ่ม ต้องดูการใช้งานเป็นหลัก หากเน้นเล่นเกมสามมิติ ก็ต้องการ์ดพวก Geforce 3, Geforce 4 หรือ ATI Radeon 9800 เป็นต้น ส่วนการ์ดเสียงก็มีให้เลือกหลายรุ่น ที่ขึ้นชื่อก็ของ Sound Blaster ของ Yamaha
ลำโพงก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรมี หากต้องการลำโพงที่เสียงดีๆ หน่อยก็ควรเลือกลำโพงที่มี Subwoofer ด้วย ราคาก็ตั้งแต่สองพันเศษๆ ไปจนถึงเป็นหมื่น ลองฟังเสียงว่าชอบรุ่นไหน ลำโพงที่ราคาสูงมากๆ อย่าลืมเลือกซาวนด์การ์ดดีด้วย
ไดรฟ์ DVD, CD-RW, CD-ROM หากต้องการดูหนังจากแผ่นดีวีดี เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีไดรฟ์ดีวีดี ราคาได้ก็ประมาณ 3 พันบาท หากต้องการบันทึกข้อมูลลงแผ่นซีดีได้ด้วย เช่น ทำซีดีเพลง ทำวิดีโอซีดี แบ็คอัพงาน ไดรฟ์ CD-RW น่าใช้งานกว่า และสุดท้ายก็เป็นไดรฟ์ CD-ROM ไดรฟ์นี้ก็เอาไว้ฟังเพลง เอาไว้ติดตั้งโปรแกรมจากแผ่นซีดี เลือกดูว่าชอบอย่างไหน
อุปกรณ์อื่นๆ พวกเม้าส์ คีย์บอร์ด อันนี้ก็เลือกตามความชอบ แต่ให้ดูที่ราคาสูงนิดนึง จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังว่าของที่ซื้อมาใช้งานได้ไม่คุ้มค่า
ก่อนจะซื้อก็ลองดูรายการจากตารางราคาก่อนก็ได้ จากนั้นก็ทำราคาออกมา ดูว่าราคาสูงกว่างบที่ตั้งเอาไว้หรือเปล่า ถ้าสูงเกินไปจะลดอุปกรณ์ตัวไหนได้ เช่น การ์ดจอรุ่นนี้แพงไป ก็เลือกที่ราคาถูกลง ร้านขายคอมพิวเตอร์หลายร้านยินดีที่จะประกอบเครื่องให้ตามสเป็คที่เราเลือกได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเลือกซื้อแล้วมานั่งประกอบเอง
วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
สารในบุหรี่มีโทษ

๑.นิโคติน (Nicotine) เป็นสารแอลคาลอยด์(Alkaloid) มีลักษณะเป็นน้ำมัน ไม่มีสี นิโคตินมีในควันบุหรี่ประมาณ 95% จะเข้าไปจับอยู่ในปอด บางส่วนจับอยู่ในปอด บางส่วนจับอยู่ที่เยื่อหุ้มริมฝีปาก และบางส่วนถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลางและกระตุ้นต่อมหมวกไต ทำให้ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็วหลอดเลือดรัดตัวนิโคตินเป็นสารสำคัญในบุหรี่ทำให้เสพติด ต้องสูบอยู่เรื่อยๆ แต่เลิกสูบยาก
๒. ทาร์ (Tar) เป็นน้ำมันเหนียวข้น สีน้ำตาล เมื่อสูบบุหรี่ทาร์ที่เข้าไปพร้อมกับควันบุหรี่จะจับอยู่ที่ปอด ทำให้ระคายเคือง มีอาการไอ ถุงลมในปอดขยาย และให้เป็นมะเร็งได้
๓. คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbonmonoxide) เป็นก๊าซจากควันบุหรี่ ที่ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง รู้สึกอ่อนเพลีย หายใจ สั้น เหนื่อยง่าย อาจจะหน้ามืดเป็นลม และถ้ามีปริมาณคาร์บอนมอนนอกไซด์ในเลือดสูงถึง 60 % ก็อาจเสียชีวิตได้
๔. ไฮโดรเจนไซยาไนต์ (Hydrogencyanide) ก๊าซชนิดนี้จะเข้าไปทำลายเยื่อบุหลอดลมชนิดมีขน ทำให้สิ่งแปลกปลอมผ่านเข้าไปทำลายหลอดลม ก่อให้เกิดอาการไอมีเสมหะ และหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
๕. ไนโตรเจนไดออกไซด์(Nitrogendioxide) เป็นก๊าชที่สามารถทำลายเยื่อหลอดลม ทำให้ถุงลมโป่งพอง
๖. แอมโมเนีย (Ammonia) เป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดลมอักเสบ
๗. สารกัมมันตภาพรังสี ในควันบุหรี่มีรังสีแอลฟาอยู่ ซึ่งรังสีชนิดนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง
๘. แร่ธาตุต่างๆ ซึ่งเป็นสารที่ตกค้างอยู่ในใบยาสูบจากการพ่นยาฆ่าแมลง เมื่อเข้าสู่ร่างกายก็ทำให้เกิดภาวะเป็นพิษได้
วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว
ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหววัดด้วยมาตราริกเตอร์แบ่งออกได้เป็น 6 ระดับ คือ
ลำดับ
ระดับริกเตอร์
ระดับความสั่นสะเทือนและความรุนแรง
1
1.0–2.9 ริกเตอร์
เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ประชาชนรับความรู้สึกได้ บางครั้งรู้สึกเวียนศีรษะ
2
3.0–3.9 ริกเตอร์
ผู้อยู่ในอาคารจะรู้สึกสั่นไหว เหมือนมีรถไฟ หรือรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งผ่านข้างๆ
3
4.0–4.9 ริกเตอร์
เกิดการสั่นไหวขนาดปานกลาง วัตถุที่แขวนไว้จะมีอาการแกว่งไกวไปมา
4
5.0–5.9 ริกเตอร์
เกิดการสั่นไหวรุนแรง บริเวณกว้าง เครื่องใช้ไม้สอย และวัตถุสิ่งของเคลื่อนที่
5
6.0-6.5 ริกเตอร์
เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารบ้านเรือนจะเกิดความเสียหาย มีการพังทลาย
6
7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป
จะเกิดความสั่นไหวรุนแรง อาคารสิ่งก่อสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ถนนหนทาง สะพาน จะเกิดความเสียหายมาก แผ่นดินแตกแยก วัตถุที่อยู่บนพื้นจะถูกเหวี่ยงกระเด็น
ลำดับ
ระดับริกเตอร์
ระดับความสั่นสะเทือนและความรุนแรง
1
1.0–2.9 ริกเตอร์
เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ประชาชนรับความรู้สึกได้ บางครั้งรู้สึกเวียนศีรษะ
2
3.0–3.9 ริกเตอร์
ผู้อยู่ในอาคารจะรู้สึกสั่นไหว เหมือนมีรถไฟ หรือรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งผ่านข้างๆ
3
4.0–4.9 ริกเตอร์
เกิดการสั่นไหวขนาดปานกลาง วัตถุที่แขวนไว้จะมีอาการแกว่งไกวไปมา
4
5.0–5.9 ริกเตอร์
เกิดการสั่นไหวรุนแรง บริเวณกว้าง เครื่องใช้ไม้สอย และวัตถุสิ่งของเคลื่อนที่
5
6.0-6.5 ริกเตอร์
เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารบ้านเรือนจะเกิดความเสียหาย มีการพังทลาย
6
7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป
จะเกิดความสั่นไหวรุนแรง อาคารสิ่งก่อสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ถนนหนทาง สะพาน จะเกิดความเสียหายมาก แผ่นดินแตกแยก วัตถุที่อยู่บนพื้นจะถูกเหวี่ยงกระเด็น
วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
วันนั้นอ่อนแอ แต่ไม่ใช่วันนี้
วันนั้นอ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่ ...คุณกำลังกลัวความรักอยู่หรือเปล่า... "ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป"
คำกล่าวที่มีความหมายดีๆ นี้ดูสวยงาม แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ จริงๆ ในสายตาของบางคน ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว.....
ที่เป็นอย่างนี้อาจเพราะพวกเขารู้สึกว่า การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก ก็เหมือนกับการเสี่ยง... เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ... ถูกทำให้ผิดหวัง...ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด จึงเป็นที่มาของความรู้สึก..กลัวความรัก.....
.... แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่มันก็มีค่า... ต่อการมีชีวิตอยู่ เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย
.... อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว...
ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึกๆ แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างนั้น
.... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่ายๆ แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา
.... แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม และเวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก หยูกยาก็ติดไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้
.... แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร... รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง.. แต่เชื่อไหมว่า..การเดินทางครั้งต่อไปของเรา มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ... ว่าไหม...?
..."วันนั้น อ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่"...
คำกล่าวที่มีความหมายดีๆ นี้ดูสวยงาม แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ จริงๆ ในสายตาของบางคน ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว.....
ที่เป็นอย่างนี้อาจเพราะพวกเขารู้สึกว่า การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก ก็เหมือนกับการเสี่ยง... เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ... ถูกทำให้ผิดหวัง...ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด จึงเป็นที่มาของความรู้สึก..กลัวความรัก.....
.... แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่มันก็มีค่า... ต่อการมีชีวิตอยู่ เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย
.... อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว...
ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึกๆ แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างนั้น
.... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่ายๆ แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา
.... แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม และเวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก หยูกยาก็ติดไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้
.... แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร... รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง.. แต่เชื่อไหมว่า..การเดินทางครั้งต่อไปของเรา มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ... ว่าไหม...?
..."วันนั้น อ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่"...
วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
สภาวะโลกร้อนจร้า.......

ภาวะโลกร้อน คือ การที่ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากภาวะเรือน กระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ว่า Green house effect ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และ การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนั้น มนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน ( CFC) เข้าไปอีก ด้วย พร้อมๆกับการที่เราตัดและทำลาย ป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวย ความสะดวกให้แก่มนุษย์ ทำให้กลไกใน การดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิ ภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆที่เราได้กระทำ ต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของ ภาวะโลกร้อน
วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2551
กีฬารักบี้ฟุตบอล

รักบี้ฟุตบอลเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2366 ที่ประเทศอังกฤษ โดยนายวิลเลี่ยม เอบบ์ เอลลิสเป็นคนแรกที่เริ่มต้นขึ้นในขณะกำลังเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนรักบี้ (Rugby School) เขาก้มลงหยิบลูกฟุตบอลและพาวิ่งไป อันเป็นทักษะเบื้องต้นที่ต่อมาได้นำไปปรับปรุงจนเป็นกีฬารักบี้ฟุตบอลในที่สุด
ประวัติรักบี้ฟุตบอลในประเทศไทย
- พ.ศ. 2478 มีทีมรักบี้ที่เป็นทางการคือทีม England, Scotland และ The Rest ซึ่งเป็นทีมของคนไทย
- พ.ศ. 2481 กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) และเอกอัคราชทูตอังกฤษ ก่อตั้งสมาคมรักบี้ฟุตบอลที่ราชกรีฑาสโมสร
- พ.ศ. 2493 ได้รับให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์รักบี้ฟุตบอล
ประวัติรักบี้ฟุตบอลในประเทศไทย
- พ.ศ. 2478 มีทีมรักบี้ที่เป็นทางการคือทีม England, Scotland และ The Rest ซึ่งเป็นทีมของคนไทย
- พ.ศ. 2481 กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) และเอกอัคราชทูตอังกฤษ ก่อตั้งสมาคมรักบี้ฟุตบอลที่ราชกรีฑาสโมสร
- พ.ศ. 2493 ได้รับให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์รักบี้ฟุตบอล
เป็นกีฬาที่ทรงคุณค่า สร้างการทำงานเป็นทีมความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความร่วมมือช่วยเหลือกัน ปลูกฝังความทรหดอดทน และสร้างจิตวิญญาณวิญญาณของความเป็นนักกีฬาโดยสมบูรณ์หนึ่งทีมประกอบด้วยผู้เล่น 15 คน หรือ 7 คน เล่นกันอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมภายใต้กติกาที่กำหนดและมีน้ำใจเป็นนักกีฬา โดยมีผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะต้องไม่ล้ำหน้า และสามารถเล่นได้โดยการถือลูกวิ่ง ส่งลูกไปข้างหลังเตะลุก จับคู่ต่อสู้ แย่งลูก เก็บลูก ทำสกรัม รักมอล แถวทุ่ม และนำลูกไปวางหรือกดในเขตประตูฝ่ายตรงข้าม เพื่อทำคะแนนให้ได้มากที่สุด ทีมที่ทำคะแนนได้มากกว่าจะเป็นทีมชนะการแข่งขันแบ่งเป็น 2 ครึ่ง แต่ละครึ่งไม่เกิน 40 นาที
วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551
RAM กับ ROM ต่างกันอย่างไร

ROM ส่วนความจำแบบถาวร หมายถึงส่วนความจำทีนำข้อมูลออกมาใช้งานเพียงอย่างเดียวได้มีการบันทึกข้อมูลไว้ล่วงหน้าแล้วเก็บรักษาข้อมูลไว้ได้โดยไม่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้า ในปัจจุบันเปิดโอกาสให้สามารถลบหรือแก้ไขข้อมูลได้
RAM หน่วยความจำชั่วคราวจะคงอยู่เมื่อมีพลังงานไฟฟ้าป้อนให้ มี 2แบบ1.DRAM (sdram ddram) 2.SRAM(cache)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)